Saranrak_linnnn...'s profile[>>-- ★┣┓┏┫× ⓛ!!!!nnnn ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


March 25

~an excur$ion to BeÏJinG~

 

หลังจากกลับมาจากปักกิ่งมาตั้หลายวันแล้วหล่ะก็เพิ่งได้มาเขียนเอง

วันที่ 3 มีนาคม 2550 (วันแรก)

" เติ๊บ ตั๊บ " เสียงเรากับน้องค่อยๆโยนกระเป๋าเดินทางขึ้นบนรถเข็นของสนามบินสุวรรณภูมิก่อนจากแม่กะน้องชายไปเที่ยวกัน 4 คน มี อาปา เรา จิตรและบิกซี 

นี่เป็นครั้งแรกกับการมาขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ

  ถามว่าตื่นเต้นมั้ยกับการไปเที่ยวปักกิ่ง? ตอบได้เลยว่าเฉยๆเพราะไม่ค่อยอยากไปซักเท่าไหร่จะไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ 

 
เราค่อยๆเข็นรถมาที่เคาน์เตอร์ Q8 ตามตารางกำหนดการ (แต่ว่าเค้านัด11โมง เรามาก่อนเกือบชั่วโมง) ส่วนอาปากะจิตรไปแรกเงิน แล้วก็ให้เราพกติดตัวไว้1000หยวน (ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็คูณ 5 เข้าไป)  สักพักไกด์ของ weekend tour ก็มาติดป้ายชื่อและส่งกระเป๋าโหลด เริ่มเจอคนที่ไปtourเดียวกันมากขึ้น จากนั้นก็เดินไปขึ้นเครื่อง เป็นสายการบิน Egypt Air เที่ยวบิน MS 960 ครั้งนี้โชคร้ายอ่ะได้นั่งแถวกลาง พอเครื่องบินขึ้นสักพักพนักงานก็เสริฟอาหารแต่มีสจ๊วตคนนึงทำมารยาทกับแขกแย่มากอ่ะ!! อะไรไม่พอใจก็ไม่เสริฟอาหาร แล้วก็วางอาหารใส่โต๊ะเราดังปับ ยังทำกับคนอื่นไม่ดีด้วยไม่รู้พี่แกไปอารมณ์เสียมาจากไหน แต่ว่าชั่งแหะ  

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงปักกิ่ง พอมองออกไปทางหน้าต่าง ฝนตกอ่ะ "เที่ยวไม่สนุกแน่เลย" ต่อจากนั้นก็ไปตรวจคนเข้าเมือง แต่ละคนก็ต่างมุ่งไปที่เดียวกัน จากนั้นก็เข้าคิวรอ สักพักก็เห็นพนักงานบอกให้ฝรั่งเดินไปตรวจอีกแถวนึงเราก็ไม่ได้คิดอะไร พอถึงคิวอาปาๆก็โดนก็เลยมีคนที่อยู่หลังเราบอกว่าแถวนี้เป็นแถวคนสัญชาติจีน เราก็เลยหันไปดูป้าย เพร้ง!!!!! หน้าแตกกันเป็นแถวเลย เราก็เลยรีบไปต่อแถวใหม่ดันเจอคนหลังเราเค้ารีบอ่ะแต่ใครจะไปรู้ พอดีจิตรต่อคนละแถวกะเรา เราเห็นแถวจิตรช้าก็เลยให้จิตรมาอยู่หน้าเรา คราวนี้คนข้างหลังมีอาการคราบท่าน เค้าพูดประมาณว่าเค้ารีบต้องรีบไปทำงาน ประชุม นัดอะไรของเค้าก็ไม่รู้ เราก็เลยให้เค้ารีบไปก่อนเลย แต่เค้าก็ขอบคุณนะ แต่เค้าทำตัวแบบ... คนข้างหลังเราก็หัวเราะใหญ่ จากนั้ก็รีบไปเอากระเป๋าพอคนครบก็เดินไปขึ้นรถบัส พอประตูสนามบินเปิด ร่างกายสัมผัสถึงความเย็นของอากาศที่ปักกิ่ง มันชั่งหนาวอะไรปานนี้ พอขึ้นรถไกด์ก็แนะนำตัว ไกด์คนไทยชื่อปรเมท(คุณไช๊) ส่วนไกด์คนจีนชื่อไทยว่าบุญช่วย จากนั้นก็ไปทานมื้อค่ำแล้วก็ไปcheck in เข้าโรงแรมไกด์เค้าจัดให้ครอบครัวเรานอนกัน4คนเลย/ห้อง มีคุณน้าคนนึงเค้าได้อยู่กัน3คนคือมีคุณน้าคนนี้(ชาย)นอนกะแฟนเค้าแล้วก็เพื่อนแฟนอีกคนนึงอะ เราว่าฮามากอะ คิดดูสามีภรรยากะอีกคนนึงนอนห้องเดียวกันอะ ตอนนี้ก็เริ่มรู้จักคนที่อยู่ในgroupมากขึ้น จากนั้นก็ขึ้นนอนเราได้อยู่ห้องเลข 1125

มีห้องเลข 1112 ด้วย ไม่รู้ว่าใครได้เรากะจะแกล้งเคาะประตูหรือไม่ก็โทรไปแล้วสั่ง pizza กะ KFC แล้วล่ะ แต่ไม่กล้า

เวลาที่ปักกิ่งเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง 

  สภาพอากาศ--->> ฝนตก

 

วันที่ 4  มีนาคม 2550 (วันที่สอง)

 
เนื่องจากเป็นเช้ากับการเที่ยววันแรก จากที่ไกด์นัดปลุก6โมงเช้า(เวลาที่ปักกิ่ง)  อาปาก็เลยปลุกก่อน
เราตื่นด้วยความงัวเงียแล้วก็เปิดม่านดูบรรยากาศของเมืองจีน เฮ้ยอะไรขาวๆวะ พอมองดีๆ นั่นหิมะนี่หว่า เราก็เลยร้องออกมาว่าเย้ๆๆหิมะตกแล้ว จิตรกะบิกซีตื่นเต้นใหญ่เลย

พวกเรารีบอาบน้ำแล้วลงมาก่อนเวลาที่ไกด์นัดเพื่อมาสัมผัสบรรยากาศนอกโรงแรม เราใส่เสื้อยืดแขนสั้น กางเกงผ้าแล้วก็แจ็คเกตตัวเดียว มันหนาวมากมือเย็นจนปวดเลย สักพักก็ไปทานอาหารเช้ากัน อยากบอกว่ามันไม่อร่อยเลย จืดมากทั้งๆที่ปกติเราก็ไม่ได้เป็นคนทานอาหารรสจัดนะ เสร็จแล้วก็ขึ้นไปใส่เสื้อกันหนาวเพิ่มรวมเป็น3ชั้น

               แล้วก็เดินทางไปที่พระราชวังฤดูร้อนหรืออุทยานอี้เหอหยวนเป็นวังที่พระนางซูสีไทเฮาโปรดปรานมาก) ใช้เวลาอยู่ที่นี่ครึ่งวันเดินไกลแค่ไหนคิดดูดิ มันหนาวมากๆๆๆหิมะตกลงมาไม่ขาดสาย ขนาดใส่ถุงมือแล้วมือยังชาอยู่เลย เราว่าคงต้องเปลี่ยนจากชื่อพระราชวังฤดูร้อนเป็นพระราชวังฤดูหนาวแทนจะเหมาะกว่ามั้ยอะ จากนั้นก็ไปศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ มีนวดเท้าด้วยสบายดี จากนั้นก็ไปทานอาหารเที่ยงกันเราไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ทานนิดเดียวก็ขอตัวออกไปเดินเล่นข้างนอก เราเดินๆอยู่มันมีเสียงเค้าจุดพรุมั้ง ตอนแรกเราไม่รู้หรอกมันเสียงเหมือนแบบโดนวางระเบิดอ่ะ เบิ้ม! เบิ้ม! มันดังมากจนรถที่จอดอยู่เสียงสัญญาณกันขโมยดังเป็นแถวเลย

หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จแล้วก็ไปที่ร้านครีมไข่มุก แล้วก็ไป underwaterworld ซึ่งอยู่ใต้ tower

จากนั้นก็ไปshoppingค่าเวลานิดหน่อยก่อนเข้าไปชมกายกรรมปักกิ่งตอน6โมงเย็น สนุกดีนะเค้าเก่งกันมากๆเลยอะ
เสร็จแล้วก็ไปทานมื้อค่ำที่ภัตราคารๆนี้อยู่ไกลนิดนึงต้องเดินเข้าไปเพราะรถเข้าไม่ได้ ช่วงที่เดินไปลมแรงมากเหมือนพายุอะ แรงจนเหมือนจะปลิวเลยอะแล้วก็หนาวมากกว่าปกติด้วย
 
เสร็จแล้วก็กลับโรงแรม บางคนก็ขึ้นไปพักผ่อนส่วนเรากับพี่บางส่วนก็ตามคุณไช๊ไปซื้อ..เค้าเรียกว่าลอนจอนป่ะที่เป็นชุดแนบตัวกันหนาวได้ดี ส่วนเราที่ตามมามีจุดหมายจะมาซื้อของบางอย่าง แต่ว่าที่อื่นปิดหมดแล้วก็เลยไปซื้อที่มินิมาร์ทเล็กๆ เราก็เลยซื้อขนมไปให้บิกซี(น้องเรา) ตอนเดินกลับเห็นร้าน Bekeryข้างมินิมาร์ท มีพี่คนนึงเค้าชื่อพี่ฐา เค้าคงชอบกินเเค้กมั้งก็เลยกะว่าจะมากินกันพรุ่งนี้ แล้วก็เดินกลับโรงแรม

วันนี้ที่เมืองจีนเป็นวันฉลองปีใหม่วันสุดท้ายเค้าจุดพรุกันทั้งเมือง เหมือนอยู่ในอิรักเลยอะ

  สภาพอากาศ--->> หิมะตก

 

วันที่ 5 มีนาคม 2550 (วันที่สาม)

  วันนี้ไปกำแพงเมืองจีน เลยใส่เสื้อกันหนาว 6 ชั้น

 หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จก็ไปที่โรงงานหยกก่อน

 แล้วก็ไปพิชิตกำแพงเมืองจีน

 รู้สึกว่าเราเดินได้แค่ป้อมกว่าหรือสองป้อมกว่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเหนื่อยมั้ยหรอ เราว่าไม่อะ มันเมื่อยขามากกว่า เราอยากเดินให้มากกว่านี้อีกนะ แต่เพราะว่าเวลาจำกัด หรือเพราะว่าความกลัวที่แฝงอยู่ในใจก็ไม่รู้ มันสูงมากเลยนะ เสียวอะ บันไดชันมาก เย็นหูจนปวดเลยอ่ะ หวัดกินอีกต่างหาก

จากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง เราก็เลยซื้อที่ครอบหูมาอันนึง 10 หยวน(ถามที่กำแพงฯต้อง 30 หยวนอะ)

จากนั้นก็ไปโรงงานเป่าฟู่หลิง"ยาบัวหิมะ" เค้ามีโชว์ใช้มือรูดเหล็กที่ร้อนอุณหภูมิประมาณ300กว่าองศา เราไม่แน่ใจว่ามือจริงๆรึป่าว พอเค้ารูดเสร็จกลิ่นเนื้อไหม้ออกเลยอะเค้าก็เลยรีบทาบัวหิมะสักพักมาดูมือเค้าอีกทีไม่มีแผลไรเลยอะ 

จากนั้นก็ไปดูของฝากนิดนึง เราเห็นมีไอศกรีม เค้าขายลูกละ8หยวน เราอยากลองชิมก็เลยชวนพี่ฐา(พี่ที่มาtourเดียวกัน)กินด้วย เรากินรส chocolate ก็ไม่เลวนะอร่อยดี

จากนั้นก็ไปร้านชาจีน แล้วก็ไปกินเป็ดปักกิ่ง เค้ามีวิธีการกินแปลกๆด้วย แต่เราว่าไม่เห็นอร่อยเลย

จากนั้นก็กลับโรงแรม วันนี้กลับเร็วหน่อย  พี่ๆเค้าก็ชวนกันไปซื้อของ เรากะพี่ฐาก็เลยซื้อขนมที่ร้านBekeryเราซื้อซะเยอะเลย แล้วก็เดินไปเรื่อยๆก็เจอsupermarketเราซื้อขนมมาบางส่วนกะว่าพรุ่งนี้คืนสุดท้ายค่อยมาซื้ออีกที่บิกซีดันปวดท้องเราก็เลยต้องกลับก่อน แต่ว่าขนมปังฝากอยู่กะพี่ฐา ก็เลยชั่งมันเด๋วค่อยเอาพรุ่งนี้แล้วกัน

 
สภาพอากาศ--->> ลมแรง
 

 

วันที่ 6 มีนาคม 2550 (วันที่สี่)

วันนี้เป็นวันที่เดินไกลที่สุด

ไปจัตุรัสเทียนอันเหมินแล้วก็พระราชวังกู้กงหรือพระราชวังต้องห้ามในตอนเช้า

หลังจากนั้นก็ไปทานมื้อกลางวัน

แล้วก็ไปหอฟ้าเทียนถานหรือสถานที่บวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน

แล้วก็ไปตลาดรัสเซีย 2 ตลาด เราไม่อยากซื้ออะไรก็เลยมานั่รอบนรถบ้างเดินเตร่บ้าง

 หลังจากนั้นก็ไปทานมื้อเย็น

แล้วก็ไป shopping ที่ถนนย่านหวั่งฝู่จิ่งตอนนั้นประมาณ2ทุ่มกว่าแล้วอะ ไกด์บุญช่วยให้เวลาอยู่ที่นี่24ชั่วโมงเดินได้ตามสบาย ล้อเล่นได้ซะที่ไหนที่นี่เค้าปิด3ทุ่ม เรายังไม่ได้ซื้ออะไรเลยอะเค้าปิดร้านไล่แล้วอะ เสียดายมากกะว่าจะไปซื้อขนมที่supermarketก็อดไปเพราะว่าเค้าปิด3ทุ่ม วันนี้กลับถึงโรงแรมเกือบ 4 ทุ่ม พี่ฐาชวนไปมินิมาร์ทแต่อาปาไม่ให้ไปเห็นว่ามันดึกแล้ว ก็เลยอดอีก

สภาพอากาศ--->>อบอุ่น

 

วันที่ 7 มีนาคม 2550 (วันสุดท้าย)

เช้าว้นนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่โรงแรมนี้แล้วอาหารก็ยังเหมือนเดิมทุกวัน

หลังจากเช็คเอาท์ก็ไปต่อที่โรงงานผ้าไหม จากนั้นก็ไปวัดลามะ

แล้วก็ไปทานมื้อเที่ยง

แล้วเค้าก็พาไปที่ตลาดรัสเซียอีกรอบนึง

โอ้ย! ไม่อยากไปอ่ะ เราก็เลยกะจะนั่งรอบนรถ แต่ว่าพี่ฐาแนะนำว่าจะไปดูของอีกฝั่งนึงเห็นเหมือนมีsupermarket
เราก็เลยไปด้วยกัน 3 คน มีเรา พี่ฐาแล้วก็พี่ต้น ตอนแรกก็เดินไปซื้อของที่ supermarket พอเสร็จแล้วก็กะเดินเที่ยวกันต่อ เดินไปผิดๆถูกๆ ขำดีเหมือนกัน เป็นอะไรที่สนุกมากๆ ไม่รู้จะไปไหนก็เดินกลับมาที่เดิม ไม่รู้จะไปไหนกัน เรากะพี่ฐาก็เลยเข้าไปดูของในตลาดรัสเซีย
 จากนั้นก็กลับมาที่รถแล้วรู้สึกว่าซื้อของน้อยไปกะจะไปซื้อปากกาลายโอลิมปิกไปฝากเพื่อนๆแต่คิดไงไม่รู้เดินไปซื้อขนมเพิ่มแล้วก็ไปเจอพี่ต้นเค้าก็เลยมาช่วยถือของ

จากนั้นก็ไปทานมื้อเย็นมื้อสุดท้ายก่อนตรงไปที่สนามบินปักกิ่ง ความเศร้าเริ่มเข้ามาครอบคลุม ต้องอำลาไกด์บุญช่วย ๆก็เลยอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ

ไกด์คุณไช๊บอกประมาณว่า

"อยู่เมืองไทยไม่รู้จักกันแต่ก็ทำให้เรามารู้จัก มาพบกันได้ที่จีนแผ่นดินใหญ่"

ก่อนเข้าไปในส่วนตรวจผู้โดยสารขาออก เราขอถ่ายรูปกับไกด์บุญช่วยแล้วสวัสดีเค้า หลังจากที่แพค เกาลัด ฯลฯ เรียบร้อยแล้ว พอเข้าไปก็ถ่ายรูปกันเป็นคณะ บ้างก็ให้เบอร์โทรศัพท์ นามบัตร e-mail ไว้เผื่อติดต่อหากัน

หลังจากนั้นก็ขึ้นเครื่องที่นั่งทุกคนแยกกันหมดเลย เรากะว่าจะไปขอถ่ายรูปกับคนในgroupทุกคนแต่ว่าเครื่องขึ้นlateไปชั่วโมงนึง สักพักพนักงานก็เสริฟอาหารแต่อาหารดันไม่พอ

ชั่งเหาะ

เครื่องมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณตีหนึ่ง คราวนี้ต้องจากทุกคนจริงๆแล้วล่ะ

 

สภาพอากาศ--->> หนาวกายไม่เท่าไหร่ หนาวใจมากกว่า
 
 
 
การไปเที่ยวปักกิ่งครั้งนี้ ที่บอกไปว่าไม่ค่อยอยากไป ความจริงแล้วที่ไปก็เพราะความจำเป็น
ไม่คิดเลยว่าที่ปักกิ่งจะเป็นแบบนี้ คนเค้าค่อนข้างมีระเบียบ และเราได้เรียนรู้โลกกว้าง ได้รู้ว่าเค้าชอบกินไข่เจียวกัน
และเรื่องราวอีกมากมาย กับความรู้สึก ความผูกพันธ์ ที่คนในgroupเดียวกันมีให้กัน 
จนเปลียนความรู้สึกของเรากลายเป็นไม่อยากกลับด้วยซ้ำไป 
 
จนวันนี้ เราต่างต้องเดินไปตามแนวทางของแต่ละคน
ไม่อยากเชื่อเลยว่าเพียงไม่กี่วันที่เราได้รู้จักกันสร้างสายสัมพันธ์มากมายขนาดนี้ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีเหลือเกิน
เราขอขอบคุณ ลุง ป้า น้า อาและพี่ๆทุกคน สำหรับประสบการณ์และความทรงจำที่ล้ำค่า มันจะคงอยู่กับเราตราบเท่าที่เราไม่ลืมมัน
จนเรียกได้ว่า
"เป็นความทรงจำแสนสั้น ที่ยาวนาน"
 
 
 

Comments (4)

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


Don't have a Windows Live ID? Sign up

Oct. 11
buay platongwrote:
อยากไปปักกิ่งบ้างจัง อยากไปกำแพงเมืองจีนบ้างอ่า
 
ลินเขียนสเปซสนุกดีอ่ะ อ่านแล้วนึกภาพออกเลย วันหลังจามาอ่านใหม่
 
คิดถึงนะ ตั้งใจเรียนล่ะ สู้ๆ
May 5
KaNNiewrote:
 
~~ ว๊าว น่าสนุกจัง ~~
 
tke care ~ by kanni
Mar. 30
ซึ้งดีจัง..เป็นความทรงจำแสนสั้นที่ยาวนาน space หวานมากเลยชอบๆๆ
Mar. 25

Trackbacks

The trackback URL for this entry is:
http://linmagister.spaces.live.com/blog/cns!CD4F62F604CD40C2!396.trak
Weblogs that reference this entry
  • None